ข้อกำหนด

ข้อกำหนดการใช้บริการ

วันที่มีผลบังคับใช้: 28 ตุลาคม 2026

ฉบับภาษาไทยนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น หากเนื้อหาของฉบับแปลนี้แตกต่างจากฉบับภาษาเกาหลี ให้ถือฉบับภาษาเกาหลีเป็นหลัก

ข้อ 1 (วัตถุประสงค์)

ข้อกำหนดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของบริษัท SMIM Inc. (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริษัท") และสมาชิก รวมถึงเรื่องอื่นที่จำเป็นเกี่ยวกับการใช้บริการออนไลน์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "บริการ") ที่บริษัทให้บริการผ่าน DAILYDUCK (https://www.dailyduck.com) และแอปพลิเคชันบนมือถือที่เกี่ยวข้องซึ่งบริษัทเป็นผู้ดำเนินการ

ข้อ 2 (คำนิยาม)

คำที่ใช้ในข้อกำหนดนี้มีความหมายดังต่อไปนี้

  1. "บริการ" หมายถึง บริการออนไลน์ทั้งหมดที่บริษัทจำหน่ายและจัดหาสินค้าเกี่ยวกับแฟนด้อมให้แก่สมาชิกผ่านเว็บไซต์ และให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  2. "เว็บไซต์" หมายถึง เว็บไซต์ (https://www.dailyduck.com) และแอปพลิเคชันบนมือถือที่บริษัทใช้ในการดำเนินบริการ
  3. "สินค้า" หมายถึง สินค้าและบริการที่บริษัทจำหน่ายผ่านบริการ โดยแบ่งออกเป็นดังนี้
    1. "สินค้า Store": สินค้า เช่น สินค้าที่ระลึก (merchandise) ที่บริษัทได้รับจากสมาชิกผู้ขายหรือบุคคลอื่น หรือผลิตเองเพื่อจำหน่าย
    2. "สินค้า Support": บริการสนับสนุนแฟนคลับที่บริษัทจำหน่ายและจัดหา เช่น โฆษณากลางแจ้ง อีเวนต์ที่คาเฟ่ รถกาแฟ และสินค้าที่ผลิตเฉพาะตามคำสั่งซื้อของสมาชิก
  4. "สมาชิก" หมายถึง บุคคลที่ตกลงยอมรับข้อกำหนดนี้ ทำสัญญาการใช้บริการกับบริษัท และใช้บริการ
  5. "สมาชิกผู้ขาย" หมายถึง สมาชิกที่ทำสัญญาการใช้บริการแยกต่างหากกับบริษัทตาม "ข้อกำหนดการใช้บริการสำหรับผู้ขาย DAILYDUCK" และลงทะเบียนสินค้าผ่านหน้าจัดการผู้ขาย หรือจัดหาหรือเสนอสินค้าให้แก่บริษัท สินค้าที่สมาชิกผู้ขายลงทะเบียนเป็นสินค้าที่บริษัทได้รับจากสมาชิกผู้ขายและจำหน่ายในนามและภายใต้ความรับผิดชอบของบริษัท โดยสมาชิกผู้ขายไม่ใช่คู่สัญญาในสัญญาซื้อขายสินค้าหรือสัญญาบริการที่ทำกับสมาชิก สิทธิและหน้าที่ระหว่างสมาชิกผู้ขายกับบริษัทให้เป็นไปตาม "ข้อกำหนดการใช้บริการสำหรับผู้ขาย DAILYDUCK" ซึ่งมีผลบังคับใช้ก่อนข้อกำหนดนี้
  6. "หน้าจัดการผู้ขาย" หมายถึง หน้าจัดการที่บริษัทจัดให้เพื่อให้สมาชิกผู้ขายสามารถลงทะเบียนและจัดการข้อมูลสินค้าได้
  7. "ไอดี" หมายถึง ที่อยู่อีเมลที่สมาชิกกำหนดเพื่อใช้ระบุตัวตนของสมาชิกและใช้บริการ
  8. "รหัสผ่าน" หมายถึง ชุดตัวอักษรและตัวเลขที่สมาชิกกำหนดเองเพื่อยืนยันว่าเป็นสมาชิกที่ตรงกับไอดีและเพื่อรักษาความลับ
  9. "โพสต์" หมายถึง ข้อมูลทั้งหมดที่สมาชิกโพสต์ในบริการ เช่น ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ และรีวิว
  10. "การโหวต" หมายถึง การโหวตความนิยมต่อศิลปิน ผู้เข้าชิง และอื่น ๆ ที่บริษัทจัดขึ้นภายในบริการ รวมถึงบริการทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง
  11. "Moi" หมายถึง คะแนนภายในบริการที่บริษัทออกให้เพื่อให้สมาชิกใช้สำหรับการโหวตและบริการอื่นที่บริษัทกำหนด โดยแบ่งออกเป็น Moi แบบชำระเงินและ Moi แบบไม่มีค่าใช้จ่าย
  12. "Moi แบบชำระเงิน" หมายถึง Moi ที่สมาชิกเติมโดยชำระเงินผ่านช่องทางการชำระเงินที่บริษัทกำหนด
  13. "Moi แบบไม่มีค่าใช้จ่าย" หมายถึง Moi ที่ได้รับโดยไม่มีค่าตอบแทนผ่านวิธีที่บริษัทกำหนด เช่น การเช็กอิน ภารกิจ การเชิญเพื่อน อีเวนต์ การเข้าร่วมโฆษณา และการคืนคะแนนจากการโหวต

ข้อ 3 (การประกาศและการแก้ไขข้อกำหนด)

  1. บริษัทจะแสดงเนื้อหาของข้อกำหนดนี้ พร้อมทั้งชื่อทางการค้า ชื่อผู้แทน ที่ตั้งสถานประกอบการ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล เลขทะเบียนธุรกิจ เลขทะเบียนธุรกิจขายตรงออนไลน์ ผู้รับผิดชอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลอื่น ๆ ไว้ที่หน้าแรกของบริการ เพื่อให้สมาชิกทราบได้โดยง่าย ทั้งนี้ เนื้อหาของข้อกำหนดอาจแสดงผ่านหน้าลิงก์ได้
  2. บริษัทอาจแก้ไขข้อกำหนดนี้ได้ภายในขอบเขตที่ไม่ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการควบคุมข้อสัญญา พระราชบัญญัติว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภคในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (ต่อไปนี้เรียกว่า "กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์") และพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมการใช้เครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสารและการคุ้มครองข้อมูล (ต่อไปนี้เรียกว่า "กฎหมายเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร") ของสาธารณรัฐเกาหลี
  3. ในกรณีที่บริษัทแก้ไขข้อกำหนด บริษัทจะระบุวันที่มีผลบังคับใช้และเหตุผลในการแก้ไข และประกาศพร้อมกับข้อกำหนดฉบับปัจจุบันตั้งแต่ 7 วันก่อนวันที่มีผลบังคับใช้จนถึงวันก่อนวันที่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้ หากเป็นการแก้ไขที่เป็นผลเสียต่อสมาชิก บริษัทจะประกาศล่วงหน้า 30 วัน และแจ้งแยกต่างหากผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น อีเมลที่สมาชิกลงทะเบียนไว้ หรือหน้าต่างขอความยินยอมเมื่อเข้าสู่ระบบบริการ
  4. ในกรณีที่บริษัทได้แจ้งอย่างชัดเจนในการประกาศหรือแจ้งตามวรรคก่อนว่า หากไม่แสดงเจตนาปฏิเสธภายในระยะเวลาประกาศจะถือว่ายอมรับ และสมาชิกไม่ได้ปฏิเสธอย่างชัดแจ้ง ให้ถือว่าสมาชิกยอมรับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว
  5. ในกรณีที่สมาชิกไม่ยอมรับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว สมาชิกสามารถยกเลิกสัญญาการใช้บริการได้
  6. ข้อกำหนดที่แก้ไขแล้วใช้บังคับเฉพาะกับสัญญาที่ทำขึ้นตั้งแต่วันที่มีผลบังคับใช้เป็นต้นไป ส่วนสัญญาที่ทำขึ้นก่อนหน้านั้นให้ใช้ข้อกำหนดก่อนการแก้ไข ทั้งนี้ หากสมาชิกที่ได้ทำสัญญาแล้วแจ้งความประสงค์ต่อบริษัทภายในระยะเวลาประกาศว่าต้องการให้ใช้ข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว และได้รับความยินยอมจากบริษัท ให้ใช้ข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว

ข้อ 4 (การตีความข้อกำหนด)

  1. บริษัทอาจกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อ การยกเลิก การคืนเงินสินค้า และเรื่องอื่น ๆ ไว้ในนโยบายการใช้บริการแยกต่างหากหรือในหน้ารายละเอียดสินค้า และหากมีเนื้อหาแตกต่างจากข้อกำหนดนี้ ให้ถือเนื้อหานั้นเป็นหลัก ทั้งนี้ เนื้อหาที่เป็นผลเสียต่อสมาชิกมากกว่ากฎหมายที่เกี่ยวข้องย่อมไม่มีผลใช้บังคับ
  2. เรื่องที่ไม่ได้กำหนดไว้ในข้อกำหนดนี้และการตีความข้อกำหนดนี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และพระราชบัญญัติว่าด้วยการควบคุมข้อสัญญา หรือตามประเพณีทางการค้า

ข้อ 5 (การทำสัญญาการใช้บริการ)

  1. สัญญาการใช้บริการเกิดขึ้นเมื่อบุคคลที่ประสงค์จะเป็นสมาชิก (ต่อไปนี้เรียกว่า "ผู้สมัคร") ตกลงยอมรับข้อกำหนดนี้แล้วสมัครสมาชิก และบริษัทอนุมัติการสมัครนั้น
  2. บริษัทอาจไม่อนุมัติ หรือยกเลิกสัญญาการใช้บริการภายหลัง สำหรับการสมัครที่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
    1. ผู้สมัครเคยถูกเพิกถอนสถานะสมาชิกตามข้อกำหนดนี้มาก่อน ทั้งนี้ ไม่รวมกรณีที่ได้รับอนุมัติให้สมัครใหม่จากบริษัท
    2. ใช้ชื่อหรือข้อมูลของบุคคลอื่น
    3. กรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือไม่กรอกข้อมูลที่บริษัทร้องขอ
    4. ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 14 ปีสมัครโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม
    5. กรณีอื่นที่ไม่สามารถอนุมัติได้เนื่องจากเหตุที่เกิดจากผู้สมัคร หรือการสมัครที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือข้อกำหนดนี้
  3. บริษัทอาจขอให้มีการยืนยันตัวตนผ่านหน่วยงานเฉพาะทางเมื่อสมัครสมาชิก
  4. บริษัทอาจเลื่อนการอนุมัติออกไปได้ ในกรณีที่อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับบริการมีไม่เพียงพอ หรือมีปัญหาทางเทคนิคหรือการดำเนินงาน
  5. ในกรณีที่บริษัทไม่อนุมัติหรือเลื่อนการอนุมัติตามวรรค 2 หรือวรรค 4 โดยหลักแล้วบริษัทจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบ
  6. สัญญาการใช้บริการเกิดขึ้นเมื่อบริษัทแสดงผลว่าการสมัครเสร็จสมบูรณ์ในขั้นตอนการสมัคร
  7. บริษัทอาจจำกัดการใช้บริการของสมาชิกตามช่วงอายุ เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์อายุตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองเยาวชน

ข้อ 6 (การเปลี่ยนแปลงข้อมูลสมาชิก)

หากข้อมูลที่กรอกไว้เมื่อสมัครมีการเปลี่ยนแปลง สมาชิกต้องแก้ไขข้อมูลที่หน้าจัดการโปรไฟล์ของบริการ บริษัทไม่รับผิดชอบต่อผลเสียใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกไม่แก้ไขข้อมูล

ข้อ 7 (การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)

  1. บริษัทพยายามคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร โดยการคุ้มครองและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท
  2. บริษัทอาจมอบหมายงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกให้แก่บุคคลภายนอกได้ภายในขอบเขตที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญา เช่น การจัดส่งสินค้า และการดำเนินการสินค้า Support โดยจะเปิดเผยผู้รับมอบหมายและรายละเอียดงานที่มอบหมายไว้ในนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  3. นโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทไม่ใช้บังคับกับเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงอื่นนอกเหนือจากเว็บไซต์ทางการของบริษัท

ข้อ 8 (การจัดการไอดีและรหัสผ่าน)

  1. ความรับผิดชอบในการจัดการไอดีและรหัสผ่านเป็นของสมาชิก และสมาชิกต้องไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกใช้งาน
  2. บริษัทอาจจำกัดการใช้ไอดีของสมาชิก ในกรณีที่ไอดีนั้นมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล ขัดต่อสังคมหรือศีลธรรมอันดี หรืออาจทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นบริษัทหรือผู้ดำเนินการของบริษัท
  3. หากสมาชิกทราบว่าไอดีและรหัสผ่านถูกขโมยหรือถูกบุคคลภายนอกใช้งาน สมาชิกต้องแจ้งบริษัททันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท
  4. บริษัทไม่รับผิดชอบต่อผลเสียใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการที่สมาชิกไม่แจ้งตามวรรค 3 หรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท

ข้อ 9 (การแจ้งให้สมาชิกทราบ)

  1. ในกรณีที่บริษัทแจ้งให้สมาชิกทราบ เว้นแต่ข้อกำหนดนี้จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น บริษัทอาจแจ้งผ่านอีเมลที่สมาชิกลงทะเบียนไว้ ข้อความ SMS การแจ้งเตือนแบบพุชของแอป หรือช่องทางอื่น
  2. สำหรับการแจ้งต่อสมาชิกทั้งหมด บริษัทอาจแทนการแจ้งตามวรรค 1 ด้วยการประกาศไว้ในหน้าประกาศของบริการเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วัน ทั้งนี้ เรื่องที่มีผลกระทบสำคัญต่อธุรกรรมของสมาชิกรายนั้นจะแจ้งเป็นรายบุคคล

ข้อ 10 (หน้าที่ของบริษัท)

  1. บริษัทจะไม่กระทำการใดที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดนี้ห้ามไว้หรือขัดต่อศีลธรรมอันดี และจะพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดหาสินค้าและบริการอย่างต่อเนื่องและมั่นคง
  2. ในฐานะผู้ขายสินค้า บริษัทมีหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจขายตรงออนไลน์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในเรื่องการแสดงข้อมูลและการโฆษณาสินค้า การปฏิบัติตามสัญญา การถอนคำเสนอซื้อ และการคืนเงิน
  3. บริษัทจะจัดให้มีระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (รวมถึงข้อมูลเครดิต) เพื่อให้สมาชิกใช้บริการได้อย่างปลอดภัย และจะเปิดเผยและปฏิบัติตามนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  4. บริษัทจะจัดให้มีบุคลากรและระบบที่จำเป็นเพื่อจัดการข้อร้องเรียนหรือคำขอเยียวยาความเสียหายของสมาชิกอย่างเหมาะสม และหากความเห็นหรือข้อร้องเรียนนั้นได้รับการพิจารณาว่าสมเหตุสมผล บริษัทจะดำเนินการและแจ้งขั้นตอนและผลการดำเนินการให้สมาชิกทราบทางอีเมล ข้อความ SMS โทรศัพท์ หรือช่องทางอื่น
  5. แม้จะมีวรรค 4 บริษัทไม่มีหน้าที่ต้องตอบกลับ หากความเห็นหรือข้อร้องเรียนของสมาชิกเป็นเรื่องที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาในบริการ เช่น หน้าช่วยเหลือ คำถามที่พบบ่อย หน้าสินค้า และนโยบายการใช้บริการ หรือเป็นความเห็นและข้อร้องเรียนที่ไม่เปิดเผยตัวตน

ข้อ 11 (หน้าที่ของสมาชิก)

  1. สมาชิกต้องไม่กระทำการดังต่อไปนี้
    1. ลงทะเบียนข้อมูลอันเป็นเท็จเมื่อสมัครสมาชิก เปลี่ยนแปลงข้อมูลสมาชิก หรือสั่งซื้อสินค้า
    2. ขโมยข้อมูลของบุคคลอื่น
    3. เปลี่ยนแปลงข้อมูลที่บริษัทโพสต์ไว้โดยไม่ได้รับอนุญาต
    4. ส่งหรือโพสต์ข้อมูล (เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์) อื่นนอกเหนือจากข้อมูลที่บริษัทกำหนด
    5. ละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิในภาพลักษณ์ ทรัพย์สินทางปัญญา และสิทธิอื่น ๆ ของบริษัทและบุคคลภายนอก
    6. การกระทำที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือขัดขวางการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบุคคลภายนอก
    7. การเปิดเผยหรือโพสต์ข้อความ ภาพ เสียงที่ลามกอนาจารหรือรุนแรง หรือข้อมูลอื่นที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีในบริการ
    8. การใช้บริการเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท หรือการซื้อสินค้าจำนวนมากโดยมิชอบเพื่อนำไปขายต่อ
    9. การกระทำอื่นที่ผิดกฎหมายหรือไม่ชอบธรรม
  2. สมาชิกต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อกำหนดนี้ นโยบายการใช้บริการ คำแนะนำในหน้ารายละเอียดสินค้า และเรื่องที่บริษัทแจ้ง และต้องไม่กระทำการอื่นใดที่ขัดขวางการดำเนินธุรกิจของบริษัท

ข้อ 12 (การให้บริการ)

  1. บริการที่บริษัทให้แก่สมาชิกมีดังต่อไปนี้
    1. การจำหน่ายสินค้า Store และสินค้า Support
    2. บริการค้นหาสินค้าและให้ข้อมูล
    3. บริการชำระเงิน
    4. บริการลงรีวิวและสอบถามลูกค้าสัมพันธ์
    5. บริการโหวต และบริการสะสมและใช้ Moi
    6. บริการอื่นทั้งหมดที่บริษัทพัฒนาเพิ่มเติมหรือให้แก่สมาชิกผ่านความร่วมมือ
  2. บริษัทอาจแบ่งบริการออกเป็นส่วน ๆ และกำหนดเวลาให้บริการแยกตามแต่ละส่วนได้ โดยในกรณีนี้บริษัทจะประกาศรายละเอียดล่วงหน้า
  3. บริษัทอาจระงับการให้บริการชั่วคราวในกรณีที่มีการบำรุงรักษา เปลี่ยน หรือเกิดความขัดข้องของอุปกรณ์สารสนเทศและการสื่อสาร การสื่อสารขัดข้อง หรือมีเหตุผลอันสมควรด้านการดำเนินงาน โดยในกรณีนี้บริษัทจะแจ้งสมาชิกตามข้อ 9 ทั้งนี้ หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถแจ้งล่วงหน้าได้ บริษัทอาจแจ้งภายหลังได้
  4. บริษัทอาจดำเนินการบำรุงรักษาตามระยะเวลาเมื่อจำเป็นต่อการให้บริการ โดยเวลาบำรุงรักษาให้เป็นไปตามที่ประกาศไว้ในหน้าจอบริการ

ข้อ 13 (การเปลี่ยนแปลงบริการ)

  1. บริษัทอาจเปลี่ยนแปลงบริการที่ให้อยู่ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ หากมีเหตุผลอันสมควรด้านการดำเนินงานหรือด้านเทคนิค
  2. ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหา วิธีการใช้ หรือเวลาให้บริการ บริษัทจะประกาศเหตุผลในการเปลี่ยนแปลง รายละเอียดที่จะเปลี่ยนแปลง และวันที่เริ่มให้บริการไว้ที่หน้าแรกของบริการก่อนการเปลี่ยนแปลง
  3. บริษัทอาจแก้ไข ระงับ หรือเปลี่ยนแปลงบริการที่ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งหมดหรือบางส่วนได้ตามนโยบายและความจำเป็นในการดำเนินงานของบริษัท และจะไม่ชดเชยให้แก่สมาชิกเป็นการเฉพาะ เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะกำหนดไว้เป็นพิเศษ
  4. ในกรณีที่การเปลี่ยนแปลงหรือระงับบริการส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติตามสัญญาซื้อสินค้าที่ทำไว้แล้ว บริษัทจะปฏิบัติตามสัญญานั้นตามที่ตกลงไว้ หรือคืนเงินตามข้อ 24

ข้อ 14 (การให้ข้อมูลและการลงโฆษณา)

  1. บริษัทอาจให้ข้อมูลที่เห็นว่าจำเป็นต่อการใช้บริการแก่สมาชิกผ่านประกาศ อีเมล หรือช่องทางอื่น สมาชิกสามารถปฏิเสธการรับอีเมลได้ตลอดเวลา ยกเว้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและการตอบคำถามของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทไม่รับผิดชอบหากสมาชิกไม่ได้รับข้อมูลที่จำเป็นเนื่องจากการปฏิเสธการรับ
  2. ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะส่งข้อมูลโฆษณาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าทางอีเมล ข้อความ SMS การแจ้งเตือนแบบพุชของแอป หรือช่องทางอื่น บริษัทจะขอความยินยอมจากสมาชิกล่วงหน้า
  3. บริษัทอาจลงโฆษณาในหน้าจอบริการ หน้าเว็บไซต์ อีเมล และช่องทางอื่น

ข้อ 15 (ลิขสิทธิ์และการจัดการโพสต์)

  1. ลิขสิทธิ์ของโพสต์ที่สมาชิกโพสต์ในบริการเป็นของผู้สร้างสรรค์โพสต์นั้น
  2. โพสต์ของสมาชิกอาจแสดงในผลการค้นหา ในบริการ และในโปรโมชันที่เกี่ยวข้อง และอาจถูกแก้ไข ทำซ้ำ หรือตัดต่อบางส่วนภายในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ในกรณีนี้ บริษัทจะปฏิบัติตามกฎหมายลิขสิทธิ์ และสมาชิกสามารถขอให้ลบ ตั้งเป็นส่วนตัว หรือดำเนินการอื่นกับโพสต์ได้ตลอดเวลาผ่านศูนย์บริการลูกค้าหรือฟังก์ชันจัดการภายในบริการ
  3. ในกรณีที่บริษัทประสงค์จะใช้โพสต์ของสมาชิกด้วยวิธีอื่นนอกเหนือจากวรรค 2 บริษัทจะขอความยินยอมจากสมาชิกล่วงหน้า
  4. ในกรณีที่โพสต์ของสมาชิกฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร หรือกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้ทรงสิทธิอาจขอให้ระงับการเผยแพร่และลบโพสต์ตามขั้นตอนที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด และบริษัทจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  5. แม้ไม่มีคำขอจากผู้ทรงสิทธิ บริษัทอาจดำเนินมาตรการชั่วคราวหรือลบโพสต์ได้ หากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการละเมิดสิทธิ หรือฝ่าฝืนนโยบายของบริษัทและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 16 (ความเป็นเจ้าของสิทธิ)

  1. ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญาในบริการเป็นของบริษัท ทั้งนี้ ไม่รวมถึงโพสต์ของสมาชิกและงานที่ได้รับตามสัญญาความร่วมมือ
  2. บริษัทให้สิทธิแก่สมาชิกเพียงสิทธิในการใช้บริการตามเงื่อนไขการใช้บริการที่บริษัทกำหนด และสมาชิกไม่สามารถโอน ขาย นำไปเป็นหลักประกัน หรือจำหน่ายจ่ายโอนไอดีและสิทธิอื่นในลักษณะเดียวกันได้

ข้อ 16/2 (Moi)

  1. สมาชิกสามารถเติมหรือสะสม Moi ได้ตามวิธีที่บริษัทกำหนด และบริษัทเป็นผู้กำหนดเกณฑ์ วิธีการ วงเงินการสะสม และรายละเอียดอื่น ๆ
  2. Moi ใช้ได้เฉพาะกับการโหวตและบริการอื่นที่บริษัทกำหนดเท่านั้น และไม่สามารถโอน มอบให้ ขาย หรือให้ผู้อื่นยืมได้
  3. Moi แบบไม่มีค่าใช้จ่ายไม่สามารถแลกคืนเป็นเงินสดได้ และบริษัทอาจกำหนดระยะเวลาใช้งานของ Moi แบบไม่มีค่าใช้จ่ายได้
  4. ในกรณีที่สมาชิกยกเลิกสัญญาการใช้บริการ Moi แบบไม่มีค่าใช้จ่ายจะสิ้นสุดลง
  5. บริษัทอาจแก้ไขหรือเรียกคืน Moi ที่มอบให้ผิดพลาดเนื่องจากข้อผิดพลาดของระบบหรือสาเหตุอื่นได้
  6. บริษัทอาจกำหนดเกณฑ์การมอบ Moi แบบไม่มีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันตามระดับ ประวัติการใช้งาน และปัจจัยอื่นของสมาชิก

ข้อ 16/3 (บริการโหวต)

  1. สมาชิกสามารถเข้าร่วมการโหวตได้โดยใช้ Moi หรือวิธีอื่นตามที่บริษัทกำหนด และ Moi ที่ใช้ในการโหวตแล้วไม่สามารถยกเลิกหรือคืนได้ ทั้งนี้ ไม่ใช้บังคับในกรณีที่การโหวตไม่ได้รับการนับอย่างถูกต้องเนื่องจากเหตุที่เกิดจากบริษัท
  2. ผลการโหวตจะคำนวณตามวิธีที่บริษัทกำหนด และหากพบว่ามีการใช้งานโดยมิชอบ บริษัทอาจหักหรือยกเลิกคะแนนโหวตที่เกี่ยวข้องและแก้ไขผลการโหวตได้ แม้ในระหว่างการโหวตหรือหลังจากประกาศผลแล้ว
  3. หากบริษัทพิจารณาว่าไม่สามารถดำเนินการโหวตได้ตามปกติเนื่องจากระบบขัดข้อง การใช้งานโดยมิชอบ หรือสาเหตุอื่น บริษัทอาจระงับชั่วคราว ขยายเวลา หรือยกเลิกการโหวตได้
  4. สิทธิประโยชน์ตามผลการโหวต เช่น การลงโฆษณา อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เช่น สถานการณ์ของบริษัทสื่อ

ข้อ 16/4 (หลักการใช้บัญชี)

  1. สมาชิกต้องไม่สร้างหรือใช้บัญชีเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกินขอบเขตการใช้บริการตามปกติ เช่น การได้รับรางวัลหรือสิทธิประโยชน์ที่บริษัทมอบให้โดยมิชอบ
  2. บริษัทอาจพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยรวม เช่น รูปแบบการสร้างและการใช้บัญชี และประวัติการใช้บริการ เพื่อพิจารณาว่ามีการใช้บัญชีที่ผิดปกติหรือโดยมิชอบหรือไม่

ข้อ 16/5 (การห้ามใช้งานโดยมิชอบ)

สมาชิกต้องไม่สะสม Moi หรือเข้าร่วมการโหวตด้วยวิธีที่ผิดปกติ เช่น การสร้างและใช้งานหลายบัญชี การใช้โปรแกรมอัตโนมัติ การใช้ประโยชน์จากข้อผิดพลาดของบริการ หรือการซื้อขายบัญชีหรือ Moi

ข้อ 16/6 (มาตรการต่อการใช้งานโดยมิชอบ)

  1. ในกรณีที่บริษัทพิจารณาว่าสมาชิกฝ่าฝืนข้อ 16/4 หรือข้อ 16/5 บริษัทอาจดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้
    1. การจำกัดการใช้บริการตามข้อ 26 เช่น การระงับชั่วคราว การระงับถาวร หรือการยกเลิกสัญญาการใช้บริการ
    2. การเรียกคืน Moi ที่สะสมโดยมิชอบ
    3. การหักหรือยกเลิกคะแนนโหวตที่ใช้ Moi ที่สะสมโดยมิชอบ
    4. การเรียกคืนรางวัลการเชิญเพื่อน สิทธิประโยชน์จากอีเวนต์ และสิทธิประโยชน์อื่นที่ได้รับจากการใช้งานโดยมิชอบ
  2. บริษัทอาจดำเนินมาตรการตามวรรค 1 กับบัญชีทั้งหมดที่พิจารณาว่าบุคคลเดียวกันเป็นผู้ใช้งาน หรือที่พิจารณาว่าร่วมกันใช้งานโดยมิชอบ พร้อมกันในคราวเดียว
  3. ข้อเท็จจริงเพียงว่าระบบไม่ได้จำกัดไว้ในขณะสมัครสมาชิก สะสม Moi หรือโหวต ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นได้รับอนุญาต และบริษัทอาจดำเนินมาตรการตามวรรค 1 ได้แม้จะตรวจพบการใช้งานโดยมิชอบในภายหลัง
  4. จะไม่มีการชดเชยใด ๆ สำหรับ Moi สิทธิประโยชน์ และคะแนนโหวตที่ถูกเรียกคืนหรือหักตามวรรค 1
  5. บริษัทอาจจำกัดการใช้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราวสำหรับบัญชีที่สงสัยว่ามีการใช้งานโดยมิชอบ จนกว่าการตรวจสอบจะเสร็จสิ้น
  6. บริษัทอาจไม่เปิดเผยเกณฑ์การพิจารณาการใช้งานโดยมิชอบและวิธีการตรวจจับ และไม่มีหน้าที่ต้องตรวจจับหรือดำเนินการกับการใช้งานโดยมิชอบทุกกรณี สมาชิกไม่สามารถอ้างว่ามาตรการของบริษัทไม่ชอบธรรมโดยอาศัยเหตุว่าบริษัทได้ดำเนินมาตรการกับสมาชิกรายอื่นหรือไม่
  7. ในกรณีที่การใช้งานโดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือสมาชิกรายอื่น บริษัทอาจเรียกร้องค่าเสียหายนั้นได้

ข้อ 16/7 (การคืนเงิน Moi แบบชำระเงิน)

  1. สมาชิกสามารถขอคืนเงินไปยังช่องทางที่ชำระเงินได้เฉพาะ Moi แบบชำระเงินที่เติมแล้วและยังไม่มีประวัติการใช้งาน ภายใน 7 วันนับจากวันที่ชำระเงินเท่านั้น
  2. Moi ที่ใช้แล้วและ Moi ที่พ้น 7 วันนับจากวันที่ชำระเงินแล้วไม่สามารถขอคืนเงินได้ และสมาชิกไม่สามารถขอคืนเงินได้ในกรณีดังต่อไปนี้
    1. Moi ที่ได้รับจากการเติมครั้งนั้นมีประวัติการใช้งานสำหรับการโหวตหรือวัตถุประสงค์อื่นแล้ว
    2. ได้ใช้ Moi โบนัสที่ได้รับเพิ่มเติมเมื่อเติมแล้ว
    3. Moi ที่ได้รับเป็นของขวัญจากผู้อื่น หรือได้รับโดยไม่มีค่าใช้จ่ายผ่านอีเวนต์ของบริษัท การเข้าร่วมออฟเฟอร์วอลล์ การทำภารกิจ หรือช่องทางอื่น
  3. บริษัทจะแสดงข้อจำกัดการคืนเงินตามวรรค 2 ไว้ในหน้าจอการซื้อหรือตำแหน่งอื่นที่เหมาะสม
  4. เมื่อมีการคืนเงิน Moi แบบชำระเงิน Moi โบนัสที่ได้รับพร้อมกับการเติมครั้งนั้นจะถูกเรียกคืน
  5. บริษัทอาจตรวจสอบประวัติการซื้อเพื่อดำเนินการคืนเงิน และอาจขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมหากจำเป็น
  6. ในกรณีที่สมาชิกซื้อหรือใช้ Moi แบบชำระเงินด้วยวิธีที่มิชอบ บริษัทอาจจำกัดการคืนเงินได้
  7. แม้จะมีข้อ 22 และข้อ 23 การถอนคำเสนอซื้อและการคืนเงินสำหรับ Moi แบบชำระเงินให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อนี้

ข้อ 16/8 (การคืนเงินที่ชำระเกินสำหรับ Moi)

  1. ในกรณีที่มีการชำระเงินเกินหรือชำระผิดในขั้นตอนการชำระเงินสำหรับ Moi แบบชำระเงิน บริษัทจะคืนเงินดังกล่าวให้แก่สมาชิก ทั้งนี้ หากการชำระเกินเกิดจากความผิดของสมาชิก สมาชิกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการคืนเงิน
  2. โดยหลักแล้ว การคืนเงินจะดำเนินการไปยังช่องทางที่สมาชิกใช้ชำระเงิน และหากไม่สามารถคืนเงินไปยังช่องทางดังกล่าวได้ บริษัทอาจคืนเงินด้วยวิธีที่บริษัทกำหนด

ข้อ 17 (การแสดงข้อมูลผู้ขายและสินค้า)

  1. ผู้ขายของสินค้าทั้งหมดที่จำหน่ายในบริการคือบริษัท และบริษัทในฐานะผู้ประกอบธุรกิจขายตรงออนไลน์ตามกฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นคู่สัญญาในสัญญาซื้อขายสินค้าหรือสัญญาบริการกับสมาชิก
  2. บริษัทจะแสดงชื่อทางการค้า ชื่อผู้แทน ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล เลขทะเบียนธุรกิจ เลขทะเบียนธุรกิจขายตรงออนไลน์ และข้อมูลอื่น ๆ ของบริษัทไว้บนเว็บไซต์ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  3. แม้จะมีการแสดงชื่อสมาชิกผู้ขาย ผู้ผลิต หรือแบรนด์ในหน้าสินค้า ก็เป็นเพียงการแจ้งแหล่งที่มาของสินค้าเท่านั้น และผู้ขายสินค้านั้นคือบริษัท

ข้อ 18 (การสั่งซื้อ)

  1. สมาชิกสั่งซื้อสินค้าในบริการด้วยวิธีดังต่อไปนี้
    1. เลือกสินค้าและระบุตัวเลือก จำนวน
    2. กรอกข้อมูลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญา เช่น ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลติดต่อของผู้รับ
    3. ยืนยันข้อกำหนดนี้ เหตุจำกัดการถอนคำเสนอซื้อ และค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบ เช่น ค่าจัดส่ง
    4. เลือกวิธีการชำระเงิน
  2. บริษัทจัดให้มีขั้นตอนที่สมาชิกสามารถตรวจสอบ แก้ไข หรือยกเลิกรายละเอียดคำสั่งซื้อได้ก่อนการสั่งซื้อ

ข้อ 19 (การเกิดสัญญาและขั้นตอนคำสั่งซื้อ)

  1. สัญญาซื้อสินค้าเกิดขึ้นในเวลาดังต่อไปนี้
    1. สินค้า Store: เมื่อสมาชิกสั่งซื้อและชำระเงินเสร็จสิ้น
    2. สินค้า Support: เมื่อสมาชิกชำระเงินเสร็จสิ้นแล้ว และบริษัทได้ตรวจสอบความเป็นไปได้ในการดำเนินการ เช่น ตารางสื่อโฆษณาและความเป็นไปได้ในการผลิต และยืนยันการจองแล้ว
  2. สมาชิกสามารถยกเลิกคำสั่งซื้อได้ด้วยตนเองในบริการก่อนที่บริษัทจะเริ่มเตรียมจัดส่งสินค้า Store หรือยืนยันการจองสินค้า Support และบริษัทจะคืนเงินที่ชำระทั้งหมด หลังจากนั้น สมาชิกต้องขอคืนเงินจากบริษัท และบริษัทจะดำเนินการตามข้อ 22 ข้อ 23 และระเบียบการยกเลิกที่แจ้งไว้ในหน้าสินค้า
  3. หากบริษัทตรวจสอบความเป็นไปได้ในการดำเนินการสินค้า Support แล้วพบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ บริษัทจะไม่ยืนยันการจอง แจ้งเหตุผลให้สมาชิกทราบ และคืนเงินที่ชำระทั้งหมด
  4. สินค้า Store จะได้รับการยืนยันการซื้อเมื่อครบ 7 วันหลังจากจัดส่งเสร็จสิ้น ทั้งนี้ สิทธิของสมาชิกตามข้อ 22 วรรค 4 ไม่ถูกจำกัดแม้หลังจากยืนยันการซื้อแล้ว
  5. บริษัทอาจไม่อนุมัติ หรือยกเลิกการอนุมัติภายหลัง สำหรับคำสั่งซื้อที่เข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ และในกรณีนี้บริษัทจะคืนเงินที่ชำระทั้งหมด
    1. รายละเอียดคำสั่งซื้อมีข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลไม่ครบถ้วน หรือมีข้อผิดพลาด
    2. ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากสินค้าไม่เพียงพอ ไม่สามารถจัดหาสื่อได้ หรือสาเหตุอื่น
    3. สมาชิกที่อายุไม่ถึงเกณฑ์สั่งซื้อสินค้าที่มีข้อจำกัดด้านอายุตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    4. กรณีอื่นที่พิจารณาว่าการอนุมัติจะก่อให้เกิดอุปสรรคทางเทคนิคอย่างมีนัยสำคัญแก่บริษัท
  6. หลังจากสัญญาเกิดขึ้น บริษัทจะส่งรายละเอียดสัญญาซึ่งระบุรายการคำสั่งซื้อ จำนวนเงินที่ชำระ ระยะเวลาการจัดหา และข้อมูลอื่น ๆ ให้แก่สมาชิกทางอีเมล การแจ้งเตือน หรือช่องทางอื่น
  7. ในกรณีที่สมาชิกซึ่งเป็นผู้เยาว์ทำสัญญาโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้เยาว์หรือผู้แทนโดยชอบธรรมสามารถยกเลิกสัญญาได้ ทั้งนี้ ไม่รวมกรณีที่ไม่สามารถยกเลิกได้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 20 (การชำระเงิน)

  1. สมาชิกสามารถชำระค่าสินค้าด้วยวิธีการชำระเงินที่บริษัทจัดให้ เช่น บัตรเครดิต การโอนเงินผ่านธนาคาร และการชำระเงินแบบง่าย และบริษัทอาจใช้บริการตัวกลางการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อดำเนินการชำระเงิน
  2. สมาชิกต้องใช้วิธีการชำระเงินที่เป็นชื่อของตนเอง และสมาชิกต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียและความรับผิดที่เกิดจากการใช้วิธีการชำระเงินของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต

ข้อ 21 (การจัดหาสินค้า)

  1. สินค้า Store: บริษัทจะจัดส่งสินค้าตามวันที่คาดว่าจะจัดส่งหรือระยะเวลาการจัดหาที่แสดงไว้ในหน้าสินค้า
  2. สินค้า Support: บริษัทจะดำเนินการตามกำหนดการและวิธีการที่ระบุไว้ในหน้าสินค้าและในสัญญา (เช่น ระยะเวลาลงโฆษณา ตำแหน่งที่ลง และวันเวลาจัดอีเวนต์)
  3. ในกรณีที่การจัดหาล่าช้า บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้สมาชิกทราบ
  4. ในกรณีที่การจัดหาล่าช้าหรือไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากเหตุที่เกิดจากสมาชิก เช่น ข้อมูลผู้รับที่สมาชิกกรอกไม่ถูกต้อง หรือสมาชิกไม่อยู่ บริษัทไม่รับผิดชอบ และสมาชิกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดส่งใหม่

ข้อ 22 (การถอนคำเสนอซื้อ)

  1. สมาชิกสามารถถอนคำเสนอซื้อได้ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับเอกสารรายละเอียดสัญญา ทั้งนี้ หากการจัดหาสินค้าเกิดขึ้นช้ากว่าวันที่ได้รับเอกสารดังกล่าว สมาชิกสามารถถอนได้ภายใน 7 วันนับจากวันที่ได้รับสินค้าหรือวันที่เริ่มการจัดหา
  2. การถอนคำเสนอซื้อของสมาชิกถูกจำกัดในกรณีดังต่อไปนี้
    1. สินค้าสูญหายหรือเสียหายเนื่องจากเหตุที่เกิดจากสมาชิก ทั้งนี้ ไม่รวมกรณีที่ทำให้บรรจุภัณฑ์เสียหายเพื่อตรวจสอบเนื้อหาของสินค้า
    2. มูลค่าของสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากการใช้หรือการบริโภคบางส่วนของสมาชิก
    3. มูลค่าของสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญตามกาลเวลาจนยากต่อการขายต่อ
    4. บรรจุภัณฑ์ของสินค้าที่สามารถทำซ้ำได้ถูกทำให้เสียหาย
    5. ได้เริ่มให้บริการแล้ว
    6. กรณีที่คาดว่าการถอนคำเสนอซื้อจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงที่ไม่สามารถแก้ไขได้แก่บริษัท เช่น สินค้าที่ผลิตเฉพาะตามคำสั่งซื้อของสมาชิก และบริษัทได้แจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวแยกต่างหากล่วงหน้าและได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร (รวมถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์) จากสมาชิกแล้ว
  3. สำหรับสินค้าที่เข้าข่ายวรรค 2 ข้อ 2 ถึงข้อ 6 บริษัทจะแสดงข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนในหน้าสินค้า บรรจุภัณฑ์ หรือตำแหน่งอื่นที่สมาชิกสามารถทราบได้โดยง่าย หรือจัดให้มีสินค้าทดลอง เพื่อไม่ให้การใช้สิทธิถอนคำเสนอซื้อถูกขัดขวาง หากบริษัทไม่ดำเนินมาตรการดังกล่าว การถอนคำเสนอซื้อของสมาชิกจะไม่ถูกจำกัด
  4. แม้จะมีวรรค 1 และวรรค 2 หากเนื้อหาของสินค้าแตกต่างจากที่แสดงหรือโฆษณาไว้ หรือมีการดำเนินการแตกต่างจากสัญญา สมาชิกสามารถถอนคำเสนอซื้อได้ภายใน 3 เดือนนับจากวันที่ได้รับสินค้า หรือภายใน 30 วันนับจากวันที่ทราบหรือควรทราบข้อเท็จจริงดังกล่าว
  5. เนื่องจากการสั่งสื่อโฆษณาและการผลิตสินค้า Support ดำเนินการหลังจากบริษัทยืนยันการจองแล้ว หากบริษัทได้แจ้งเรื่องนี้แยกต่างหากล่วงหน้าและได้รับความยินยอมจากสมาชิก การถอนคำเสนอซื้อหลังการยืนยันการจองจะถูกจำกัดตามวรรค 2 ข้อ 6 แม้ในกรณีนี้ หากบริษัทยินยอมให้ยกเลิกตามคำขอของสมาชิก จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการยกเลิกที่แจ้งไว้ล่วงหน้าในหน้าสินค้า

ข้อ 23 (ผลของการถอนคำเสนอซื้อ)

  1. ในกรณีที่สมาชิกถอนคำเสนอซื้อ สมาชิกต้องส่งคืนสินค้าที่ได้รับแล้ว และบริษัทจะคืนเงินภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับสินค้าคืน ในกรณีที่ไม่มีสินค้าที่ต้องส่งคืน เช่น บริการ บริษัทจะคืนเงินภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ได้รับการแสดงเจตนาถอนคำเสนอซื้อ
  2. สมาชิกต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งคืนสินค้า ทั้งนี้ ในกรณีที่เข้าข่ายข้อ 22 วรรค 4 บริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ข้อ 24 (การยกเลิกสัญญาเนื่องจากเหตุของบริษัท)

ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถจัดหาสินค้าได้เนื่องจากสินค้าหมด สถานการณ์ของสื่อ เหตุสุดวิสัย หรือเหตุอื่น บริษัทจะแจ้งเหตุผลให้สมาชิกทราบและคืนเงินที่ชำระ และไม่มีความรับผิดชอบในการชดใช้ค่าเสียหายอื่นใดเพิ่มเติม

ข้อ 25 (การยกเลิกสัญญาการใช้บริการ)

  1. สมาชิกสามารถขอยกเลิกสัญญาการใช้บริการ (ยกเลิกการเป็นสมาชิก) ได้ตลอดเวลาผ่านเมนูจัดการข้อมูลของฉันหรือช่องทางอื่น และบริษัทจะดำเนินการตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนด
  2. เมื่อสมาชิกยกเลิกสัญญาการใช้บริการ ข้อมูลทั้งหมดของสมาชิกจะถูกลบทันทีที่ยกเลิก ยกเว้นข้อมูลที่บริษัทเก็บรักษาไว้ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ โพสต์ที่สมาชิกลงทะเบียนไว้จะไม่ถูกลบโดยอัตโนมัติ สมาชิกจึงต้องลบด้วยตนเองก่อนยกเลิก
  3. ในกรณีที่มีสัญญาซื้อสินค้าที่ยังไม่ได้จัดหาหรือดำเนินการให้เสร็จสิ้น บริษัทอาจดำเนินการยกเลิกหลังจากสัญญานั้นเสร็จสิ้นหรือถูกยกเลิกแล้ว

ข้อ 26 (การจำกัดการใช้บริการ)

  1. ในกรณีที่สมาชิกฝ่าฝืนหน้าที่ตามข้อกำหนดนี้หรือขัดขวางการดำเนินงานตามปกติของบริการ บริษัทอาจจำกัดการใช้บริการเป็นขั้นตอน เช่น การตักเตือน การระงับชั่วคราว การระงับถาวร หรือการยกเลิกสัญญาการใช้บริการ
  2. แม้จะมีวรรค 1 บริษัทอาจระงับการใช้บริการถาวรได้ทันที หากสมาชิกฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น การขโมยตัวตนและการฉ้อโกงการชำระเงินที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร การให้บริการโปรแกรมผิดกฎหมายและการขัดขวางการดำเนินงานที่ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์และพระราชบัญญัติคุ้มครองโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การสื่อสารผิดกฎหมายและการแฮ็ก การเผยแพร่โปรแกรมไม่พึงประสงค์ และการเข้าถึงเกินสิทธิที่ฝ่าฝืนกฎหมายเครือข่ายสารสนเทศและการสื่อสาร ในกรณีนี้ สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากการใช้บริการจะสิ้นสุดลงด้วย และบริษัทจะไม่ชดเชยใด ๆ เป็นการเฉพาะ
  3. ในกรณีที่สมาชิกไม่เข้าสู่ระบบเป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป บริษัทอาจเปลี่ยนบัญชีเป็นสถานะพักการใช้งานเพื่อคุ้มครองข้อมูลสมาชิก และข้อมูลบัญชีที่พักการใช้งานจะถูกจัดเก็บแยกต่างหาก
  4. เกณฑ์เฉพาะของการจำกัดการใช้บริการให้เป็นไปตามนโยบายการใช้บริการ และบริษัทจะแจ้งตามข้อ 9 เมื่อจำกัดการใช้บริการ
  5. สมาชิกสามารถยื่นคัดค้านการจำกัดการใช้บริการได้ตามขั้นตอนที่บริษัทกำหนด และหากบริษัทพิจารณาว่าการคัดค้านนั้นมีเหตุผลสมควร บริษัทอาจให้สมาชิกกลับมาใช้บริการได้

ข้อ 26/2 (การกระทำที่เป็นเหตุจำกัดการใช้บริการและการจำกัดการสมัครใหม่)

  1. บริษัทอาจจำกัดการใช้บริการหรือยกเลิกสัญญาการใช้บริการตามข้อ 26 หากสมาชิกเข้าข่ายข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
    1. ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ด่าทอ ข่มขู่ ล่วงละเมิดทางเพศ หรือกระทำการในลักษณะเดียวกันต่อพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ของบริษัท
    2. ร้องเรียนเรื่องเดิมซ้ำ ๆ หรือเรียกร้องเกินสมควรโดยไม่มีเหตุผลอันชอบธรรม จนเป็นการขัดขวางการดำเนินธุรกิจของบริษัท
    3. เผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จเกี่ยวกับบริษัทหรือบริการ จนทำให้ชื่อเสียงหรือความน่าเชื่อถือของบริษัทเสียหาย
    4. คุกคามสมาชิกรายอื่น หรือเก็บรวบรวมหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของสมาชิกรายอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
    5. ใช้ระบบการถอนคำเสนอซื้อ การคืนเงิน และระบบอื่นในทางที่ผิดซ้ำ ๆ
    6. กระทำการใช้งานโดยมิชอบตามข้อ 16/5 ซ้ำ ๆ
    7. กรณีอื่นที่ฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือข้อกำหนดนี้ จนขัดขวางการดำเนินงานตามปกติของบริการอย่างร้ายแรง
  2. สมาชิกที่ถูกระงับการใช้บริการถาวรหรือถูกยกเลิกสัญญาการใช้บริการ ไม่สามารถสมัครใหม่ได้หากไม่ได้รับอนุมัติจากบริษัท และบริษัทอาจเก็บรักษาข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็นเพื่อจำกัดการสมัครใหม่ไว้ตามระยะเวลาที่กำหนดในนโยบายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
  3. ในกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันความเสียหายลุกลาม บริษัทอาจจำกัดการใช้บริการโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และในกรณีนี้จะแจ้งให้ทราบโดยไม่ชักช้าในภายหลัง

ข้อ 27 (การจำกัดความรับผิด)

  1. บริษัทได้รับการยกเว้นความรับผิด หากไม่สามารถให้บริการหรือจัดหาสินค้าได้เนื่องจากเหตุที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท เช่น ภัยธรรมชาติ สงคราม หรือสถานการณ์ของบริษัทสื่อหรือผู้ให้บริการขนส่ง
  2. บริษัทไม่รับผิดชอบต่ออุปสรรคในการใช้บริการและความเสียหายที่เกิดจากเหตุของสมาชิก
  3. บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความน่าเชื่อถือ ความถูกต้อง และด้านอื่นของโพสต์ที่สมาชิกเผยแพร่
  4. บริษัทไม่รับผิดชอบต่อธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างสมาชิกด้วยกัน หรือระหว่างสมาชิกกับบุคคลภายนอกผ่านบริการโดยไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท
  5. บริษัทไม่รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการใช้บริการที่ให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้องจะกำหนดไว้เป็นพิเศษ

ข้อ 28 (กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล)

  1. คดีที่เกิดขึ้นระหว่างบริษัทกับสมาชิกให้ใช้กฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลีบังคับ
  2. คดีที่เกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างบริษัทกับสมาชิกให้อยู่ในเขตอำนาจเฉพาะของศาลแขวงที่มีเขตอำนาจเหนือที่อยู่ของสมาชิก ณ เวลาที่ยื่นฟ้อง หรือหากไม่มีที่อยู่ ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงที่มีเขตอำนาจเหนือถิ่นที่พำนัก ทั้งนี้ หากที่อยู่หรือถิ่นที่พำนักของสมาชิกไม่ชัดเจน ณ เวลาที่ยื่นฟ้อง ให้กำหนดศาลที่มีเขตอำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งของสาธารณรัฐเกาหลี
  3. สำหรับสมาชิกที่มีที่อยู่หรือถิ่นที่พำนักในต่างประเทศ แม้จะมีวรรค 2 คดีที่เกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างบริษัทกับสมาชิกให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลแขวงกลางกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

[บทเฉพาะกาล] (วันที่มีผลบังคับใช้)

  1. ข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2026
  2. สำหรับสัญญาซื้อสินค้าที่ทำขึ้นก่อนวันที่ข้อกำหนดนี้มีผลบังคับใช้ ให้ใช้ข้อกำหนดก่อนการแก้ไข